Sale!

เครื่องทดสอบสายสัญญาณแลน LAN  i-POOK รุ่น PK-65H

1,400 ฿ 990 ฿

i-POOK PK-65H เครื่องทดสอบสาย LAN รุ่น PK-65H

รายละเอียด

เครื่องทดสอบสายสัญญาณแลน LAN  i-POOK รุ่น PK-65H

เครื่องทดสอบสายสัญญาณแลน LAN  i-POOK รุ่น PK-65H

เครื่องทดสอบสายสัญญาณ i-POOK PK65H Wire Tracker Finder Cable Tester Tel LAN RJ11 RJ45

คุณสมบัติสินค้า

1. Auto powerของฟังก์ชั่น
2. ทดสอบได้ทั้งสาย Lan สายโทรศัพท์
3. ตรวจสอบความยาวสาย ระยะขาด ระยะซ็อต
4. ค้นหาปลายสายด้วยการกระพริบพอร์ตของ Switch
5. การออกแบบการทำงานตามสายงานอัจฉริยะ รูปร่างสวยระดับมืออาชีพ
6. ฟังก์ชันไฟฉายที่ใช้จริง ควบคุมระดับความไว / ระดับเสียงได้อย่างสะดวก
7. การออกแบบการปิดระบบอัตโนมัติ รักการประกันคุณภาพอย่างมืออาชีพ
8. ใช้งานง่ายด้วยชุดเครื่องมือผลิตภัณฑ์ป้องกันที่ดีและสะดวกกว่า

เครื่องทดสอบสายแลน สายสัญญาณ LAN โทรศัพท์ Cable Tester i-POOK รุ่น PK-65H

เครื่องทดสอบสายแลน สายสัญญาณ LAN โทรศัพท์ Cable Tester i-POOK รุ่น PK-65H

เครื่องทดสอบสายแลน

เครื่องทดสอบสายแลน หรือ สายสัญญาณ (Cable tester) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบความแรงของสัญญาณและการเชื่อมต่อของสายสัญญาณ เครื่องทดสอบสายแลนหรือเครื่องทดสอบสายเคเบิ้ลสามารถทดสอบได้ว่าสายสัญญาณ สายแลน (Lan network cable) สายโทรศัพท์ ถูกติดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่และตรวจสอบความแรงของสัญญาณระหว่างแหล่งกำเนิดสัญญาณและปลายทาง

โดยทั่วไปเครื่องทดสอบสายแลนเป็นเครื่องมือแบบพกพาที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน มีไมโครคอนโทรลเลอร์และจอแสดงผลเพื่อให้การทดสอบและแสดงผลการทดสอบเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะการทดสอบสายสัญญาณหลายสายพร้อมๆ กัน

สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์เครื่องทดสอบสายสัญญาณถูกใช้สำหรับทดสอบสายสัญญาณ Cat5, Cat5e และ Cat6 เพราะว่ามีประเภทของข้อมูลมากมายที่สามารถส่งผ่านสายแลน เป็นสิ่งสำคัญที่สายแลนที่เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ ถูกเชื่อมต่ออย่างถูกต้อง มีความแรงของสัญญาณระหว่างคอมพิวเตอร์เพียงพอสำหรับการรับส่งข้อมูล และไม่มีสัญญาณรบกวนจากภายนอกทำให้เกิดการสูญเสียข้อมูลหรือลดความแรงของสัญญาณ

Ethernet LAN

หากต้องการสร้างเครือข่ายเพื่อใช้งานในสำนักงาน หรือสำหรับให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เป็นช่อง ทางการสือสารข้อมูลถึงกัน จะต้องรู้อะไรบ้าง

การทำให้เครืองคอมพิวเตอร์สื่อสารข้อมมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่ามี เทคโนโลยีใดบ้างที่สามารถนำมาสร้องเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน Ethernet LANเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่นิยมใช้มากในปัจจุบัน เนื่องจากให้ความเร็วสื่อสารที่สูง ราคาอุปกรณ์ค่อนข้างถูก และหาซื้อได้ง่าย

Fast Ethernet

เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีความเร็วสื่อสารข้อมูล สูงสุด 100 Mbps แบ่งเป็น  3 ประเภท คือ 100BaseTX, 100BaseFX และ 100BaseT4  ซึ่งการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในบ้าน หรือ สำนักงานส่วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยี Fast Ethernet 100BaseTx ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างการเชื่อมต่อทางกายภาพแบบ Star โดยใช้  Hub หรือ Switch ทำหน้าที่เป็นการเชื่อมโยงและใช้สายสัญญาณ UTP CAT5 เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ADSL Router ,Access Point, Print Server  ฯลฯ เข้าสู่ Hub/Switch อีกที สายสัญญาณ UTP ที่ใช้จะต้องยาวไม่เกิน 100 เมตร ตามมาตรฐาน

Gigabit Ethernet

เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีความเร็วสื่อสารข้อมูลสูงสุดถึง 100 Mbps หรือมีความเร็วเป็น 10 เท่าของ Fast Ethernet แบ่งเป็น  2  มาตรฐานใหญ่ๆ คือ IEEE802.3z และ IEEE802.3ab โดยสำนักงานส่วนใหญ่นิยมใช้เทคโนโลยี Gigabit Ethernet แบบ 1000BaseT ลักษณะโครงสร้างการเชื่อมต่อทางกายภาพแบบ Star และใช้สัญญาณ UTP CAT5e หรือสูงกว่า (ปัจจุบันมีถึง CAT7)

จะเห็นความแตกต่างระหว่าง Fast Ethernet และ Gigabit Ethernet ยังมีความคล้ายคลึงกันสำหรับ Gigabit Ethernet  อุปกรณ์ที่ใช้งานต้องรองรับเทคโนโลยี Gigabit Ethernet   และใช้สัญญาณ UTP CAT5e ซึ่งจะสารมารถสื่อสารข้อมูลได้เร็วสูงสุด 1000 Mbps (1Gbps)

อุปกรณ์สำหรับ Ethernet LAN LAN/Network Card

NIC (Network Interface Card) เป็นแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ จะประกอบไปด้วย RJ-45 สำหรับเชื่อมต่อ สายสัญญาณ UTP เข้ากับ Ethernet Switch เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถติดต่อสื่อสารข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบได้ และMain board ในปัจจุบัน ก็มี NIC แบบ Built-in ติดมาด้วยแล้ว และยังรองรับเทคโนโลยี Gigabit Ethernet  ด้วย
Transfer Rate คือ ความเร็วในการสื่อสารข้อมูล ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง ความกว้างของบัส (Bus width) กับความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) เพื่อใช้หาค่า Bandwidth ที่เป็นตัวชี้วัดที่ดีว่า อุปกรณ์ทำงานได้รวดเร็วแค่ไหน?

เช่น PCI Slot มีบัสกว้าง 32 bits ทำงานที่ความเร็ว 33.33 MHz เพราะฉะนั้น จะมีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 133 Mbps

Ethernet   Switch

ทำหน้าที่เป็นตัวกลางการเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ เข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับHub และยังมีหน้าตาคล้ายกัน จนบ้างครั้งหลายคนคิดว่า Switch และ Hub เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกัน  แต่จริงๆ แล้วแตกต่างกัน

Cable

สายสัญญาณสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่ระบบ Ethernet จะใช้สายสัญญาณแบบตีเกลียวที่ประกอบไปด้วยสายทองแดงจำนวน 4 คู่ตีเกลียวเข้าด้วยกันตลอดทั้งเส้น เรียกว่า สายสัญญาณชนิดเกลียวไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair; UTP) ประกอบด้วย 3 ส่วน ดั้งนี้

1. ด้านนอก จะเป็นพลาสติกห่อหุ้ม

2. ชั้นถัดมาเป็นส่วนของสายทองแดงเส้นเล็กๆ 8 เส้น ที่มีพลาสติกห่อหุ้ม และมีโค๊ดสี

3. แกนด้านในของสายเป็นลวดทองแดงสำหรับนำสัญญาณ

CATEGORY 1(CAT1)

เป็นสายที่ใช้ในระบบโทรศัพท์อย่างเดียว โดยสายนี้ไม่สามารถใช้ในการส่ง ข้อมูลแบบดิจิตอลได้

CATEGORY 2(CAT2)

เป็นสายที่สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอล ได้ถึง 4 MHz ใช้ในระบบ Token Ring

CATEGORY 3(CAT3)

เป็นสายที่สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอลได้ถึง 16 Mbps และมีสายคู่บิดเกลียวอยู่ 4 คู่นิยมใช้ในระบบ Ethernet(10BaseTX)

CATEGORY 4 (CAT4)

เป็นสายที่สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอลได้ถึง 20 Mbps และมีสายคู่บิดเกลียวอยู่ 4 ใช้ในระบบ Token Ring

CATEGORY 5(CAT5)

เป็นสายทองแดงตีเกลียวที่ใช้ในระบบ Ethernet LAN ที่มีความเร็วปานกลาง มีความเร็วสื่อสารข้อมูลสูงสุดที่ 100 Mbps และนิยมใช้ในระบบ Fast Ethernet ระยะไม่เกิน100 เมตร

 CATEGORY 5 Enhanced (CAT5e)

เป็นเช่นเดียวกับ Cat 5 แต่มีคุณภาพของสายที่ดีกว่า เพื่อรองรับการส่งข้อมูลแบบ Full Duplex มีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงสุดที่ 1,000 Mbps ระยะไม่เกิน 100 เมตร
ข้อแตกต่างระหว่าง Cat5 และ Cat 5e คือการบิดเกลียวของ Cat5e จะมีบิดเกลียวที่ถี่กว่า และมีการป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีกว่า

CATEGORY 6(CAT6A)

มี 2 ลักษณะ คือสายที่เป็นแบบอ่อน และ แบบแข็ง ซึ่งมีชื่อเรียกและลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับ CAT5e โดย CAT6A จะมีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงสุดที่ 10Gbps ระยะไม่เกิน 100 เมตร ข้อแตกต่างระหว่าง CAT5e และ CAT6A คือ CAT6A ภายในจะมีแกนพลาสติกกั้นสายทั้ง 4 คู่ออกจากกัน

CATEGORY 7(CAT7A)

จะมีลักษณะเช่นเดียวกับ CAT6A แต่มีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงสุดถึง 40Gbps ในระยะไม่เกิน 50 เมตร

RJ-45

หัวต่อที่ใช้กับสายสัญญาณเชื่อมเครือข่ายแบบสายคู่ตีเกลียว ไม่หุ้มฉนวน หรือ สาย UTP  มี 2 ชนิด  ได้แก่

RJ-45 Jack Plug(ตัวผู้)

เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่ที่ปลายสาย UTP มีลักษณะเป็นพลาสติกสี่เหลี่ยมคล้ายหัวต่อโทรศัพท์ มีช่องสำหรับเสียบสายที่ด้านหลัง ด้านล่างเรียบ ส่วนด้านบนมีตัวยึดสาย ถ้าหันหน้าเข้าด้านหน้าของหัว ต่อ พินที่ 1 จะอยู่ทางด้านขวามือ ในขณะที่พิน 8 จะอยู่ทางซ้ายมือ

RJ-45 Jack Face(ตัวเมีย)

มีลักษณะเป็นเบ้าเสียบสำหรับหัวต่อ RJ-45 ตัวผู้ หัวต่อตัวเมียจะมีลักษณะเป็นกล่องมีช่องสำหรับเสียบหัวต่อ ด้านในกล่องจะมีขั้วซึ่งจะเป็นส่วนที่เชื่อมกับสายนำสัญญาณ

Crimping and Punch down Tools

คีมสำหรับเข้าหัว RJ-45 สามารถปลอกฉนวนหุ้มสาย UTP ขลิบสาย UTP และบีบหัวได้อย่างสะดวก และเครื่องกดสายส่วนใหญ่มักจะมีกรรไกรด้วย ทำให้สะดวก เพียงแค่เรียงสาย และกดลงไปสายส่วนที่เกินมา จะถูกตัดทิ้งไปทันที

Cable Tester
เป็นเครื่องมือสำคัญที่มีไว้ใช้ตรวจสอบสัญญาณ UTP ก่อนที่จะนำไปเชื่อมต่อกับระบบจริงและยังช่วยวิเคราะห์ปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายได้ด้วย เช่น ความเร็วต่ำกว่าที่ควร เป็นต้น
ปกติมีฟังก์ชันการตรวจสอบ ดังนี้

1. ความถูกต้องการเรียงสายสัญญาณ

2. ชนิดของสายสัญญาณเป็นแบบตรง (Straight Through Cable) หรือแบบไขว้ (Cross Cable)

3. ความเร็วที่สายสามารถรองรับได้ (บางรุ่น)

4. ความยาวของสายสัญญาณ (บางรุ่น)

5. คุณภาพของสายสัญญาณ (บางรุ่น)

6. วิเคราะห์โปรโตคอลและปริมาณข้อมูล (บ้างรุ่น)

7. วิเคราะห์ลักษณะการเชื่อมต่อกายภาพ (บางรุ่น)

สอบถามรายละเอียด

 

เครื่องเช็คสายโทรศัพท์  เครื่องวัดระยะสายขาด  เครื่อง ทดสอบ ความเร็ว สาย แลน   เครื่องเช็คสายแลน   เครื่องทดสอบสายสัญญาณ Cable Tester  เครื่องวัดระยะสายแลน