68 %
SALE

สวิทซ์พีโออีกล้องวงจรปิด CCTV Switch POE รุ่น ASIT-30808P

15,480 ฿ 5,000 ฿

Gigabit POE Switch 8 Ports ความเร็ว 10/100/1000Mbps รุ่น ASIT-30808P

รหัสสินค้า: 118565 หมวดหมู่: , , ป้ายกำกับ:

รายละเอียด

สวิทซ์พีโออีกล้องวงจรปิด CCTV Switch POE รุ่น ASIT-30808P

สวิทซ์พีโออีกล้องวงจรปิด CCTV Switch POE รุ่น ASIT-30808P

คุณสมบัติ

1. POE Switch 8 Ports ASIT-30808P

2. 8-ช่อง แบบ 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet ports

3. 8-ช่อง รองรับการจ่ายไฟ 48V DC power ไปยังอุปกรณ์ PoE

4. รองรับการใช้ งานแบบ IEEE 802.3af Power over Ethernet End-Span PSE

5. รองรับการจ่ายไฟแบบ PoE ถึง 8 ช่องให้ IEEE 802.3af devices powered

6. รองรับจ่ายกำ ลังไฟ PoE สูงถึง 15.4 Watt

7. Auto detect powered device (PD)

8. มีวงจรป้องกั นไฟที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างพอร์ท power interference between ports

9. รองรับการจ่ายไฟแบบ PoE ได้ ไกลถึง 100 เมตร

10. Hardware based 10/100/1000Mbps Auto-Negotiation and Auto MDI/MDI-X

11. Flow control for Full Duplex operation and back pressure for Half Duplex operation

12. Integrates address look-up engine, supporting 8K absolute MAC addresses

13. Automatic address learning and address aging

14. รับประกันสินค้า 1 ปี / ชิ้น

Download (PDF, 782KB)

ข้อมูลทั่วไป

1. คุณลักษณะของฮาร์ดแวร์ ช่องเชื่อมต่อเครือข่าย : 8 ช่อง RJ-45 แบบ 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet ports
2. PoE Inject : 8 ช่อง รองรับ PoE แบบ IEEE 802.3af Injector function
3. ไฟแสดงสถานะ ระบบ : เพาเวอร์ (สีเขียว)
4. สถานะของแต่ ละช่องสัญญาณ : PoE (สีเขียว)
5. LNK/ACT : (สีเหลือง)
6. Switch Architecture : Store and Forward switch architecture
7. แมคแอดเดรส : 8K MAC address table with Auto learning
8. Switch Fabric : 1.6Gbps
9. Switch Throughput : [email protected]
10. ระยะเวลาเฉลยก่อนการบำรุงรักษา MTBF : 190,000 ชั่วโมง (ประมาณ 21ปี)
11. ไฟฟ้าที่สามารถใช้ งานได้ : AC 100 ~ 240V, 50/60Hz, 1.5A max.
12. การกินไฟ : สูงสุด. 65 วัตต์ ขนาด (L x W x H) : 118 x 89 x 25 mm
13. น้ำหนัก : 0.34กก.

Power over Ethernet

1 มาตรฐาน PoE : IEEE 802.3af Power over Ethernet/PSEฅ
2. PoE Power Supply Type : End-Span or Mid-Span
3. กำลังไฟขาออกของ PoE : ช่องละ 48VDC,350mA.
4. สูงสุด.15.4 วัตต์
5. Power Pin Assignment :1/2(+),3/6(-) or 4/5(+),7/8(-)
6. กำลังไฟฟ้าทั้งหมดของ PoE (Power Budget) : 65 วัตต์

มาตรฐาน

1. ผ่านการรองรับมาตรฐาน FCC Class B, CE,RoHS
2. IEEE 802.3 : Ethernet
3. IEEE 802.3u : Fast Ethernet
4. IEEE 802.3x : Flow Control
5. IEEE 802.3af : Power over Ethernet

สภาพแวดล้อม

1. รองรับการทำ งานท่อุณหภูมิ 0 ~ 55 องศาเซลเซียส
2. อุณหภูมิสะสม -20 ~ 75 องศาเซลเซียส
3. องรับการทำ งานที่ความชื่นสัมพัทธ์ 5 ~ 95%RH
4. ความชื่นสัมพัทธ์ สะสม 5 ~ 95%RH

PoE หรือ Power over Ethernet

คือการส่งไฟฟ้าไปในสายแลน แทนที่จะต้องลากสายแลนเข้าอุปกรณ์ แล้วต้องลากสายไฟไปเลี้ยงด้วย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง แถมยังปลอดภัยกับชีวิตเพราะใช้ไฟแบบ DC ที่ส่วนใหญ่จะมีแรงดันต่ำกว่าไฟ AC (แต่บางครั้งแรงดันจะสูงกว่าขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน) เหมาะมากสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเคลื่อนย้าย หรือต้องติดตั้งในระยะไกลๆ เช่นกล้องวงจรปิด ทำให้เราสามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ไกลกว่า 100  เมตร โดยไม่ต้องเดินสายไฟ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสายสัญญาณ) หรือติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi ทั้งอาคาร โดยไม่ต้องทำปลั้กไฟเพิ่ม รวมไปถึงเซนเซอร์ตรวจวัดต่างๆ หรือระบบ Home Automation ในบ้านเป็นต้น

จุดเด่นของเทคโนโลยี PoE
จุดเด่นจริง ๆ ของเทคโนโลยี PoE นี้คือการที่เราไม่ต้องใช้สายแลนแบบพิเศษแต่อย่างใด เพียงแค่ใช้สายแลน Link รุ่นมาตรฐานก็สามารถทำงานได้ทันที เพียงแค่ใช้อุปกรณ์เติมไฟเข้าไปในสายก็สามารถใช้งานได้ทันที

แน่นอนว่าทาง LINK นั้นมีอุปกรณ์สำหรับทำงานกับ PoE หลายตัวครับ ตั้งแต่กลุ่ม Switch PoE+ ที่เปลี่ยนสายแลนรับ-ส่งข้อมูลตามปกติมากระจายเป็นสายแลนพร้อมไฟฟ้าแบบ PoE ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ Industrial ที่ติดตั้งในกล่องนอกอาคาร หรือแบบ Commercial สำหรับติดตั้งในอาคาร แถมยังเลือกได้อีกว่าจะเป็นสวิทซ์เบสิกแบบ Unmanaged ที่เสียบสายแล้วใช้งานได้เลย หรือสวิทซ์แบบ Lite Managed สำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบจัดการได้

จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี PoE
เทคโนโลยี PoE เริ่มใช้จริงจังตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาหลังจาก IEEE ออกมาตรฐาน IEEE 802.3af มา ซึ่ง PoE ในเวอร์ชั่นแรกนี้สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 15.4 W ต่อสายแลน 1 เส้น แล้วก็พัฒนาต่อมาเป็น PoE+ หรือ IEEE 802.3at ที่จ่ายไฟได้ 30 W ในปี 2009 และมาตรฐานล่าสุดที่กำลังจะออกในปี 2018 นี้คือ IEEE 802.3bt ที่สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 100 W นี่ทำให้ปัจจุบันเราสามารถเปิดคอมได้ทั้งเครื่องด้วยไฟจากสายแลนเส้นเดียวแล้ว

คุณสมบัติของ Switch
เป็นอุปกรณ์ อิเล็คทรอนิค ทีเชื่ออุปกรณ์ network เข้าด้วยกัน โดยอาศัยสาย cable ต่อเข้ากับ port แต่ละอุปกรณ์ และยังสามารถจัดการเชื่อมต่อระหว่าง network ได้ อุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อเข้ากับ switch จะได้รับ network address เป็นตัวบอกตัวตนของแต่ละอุปกรณ์ เพื่อให้การส่งข้อมูล packet ไปถึงได้ถูกต้องและเจาะจง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับ network

ประเภทของ Switch
1. L1-Switch: ทำงานระดับ Physical layer ทำหน้าที่เช่นเดียวกับ hub เป็นเหมือน repeater ทำหน้าที่ broadcast ข้อมูลไปทุกๆ port ทำให้ติดข้อจำกันเรื่องความเร็ว
2. L2-Switch: ทำงานระดับ Data link later ทำหน้าที่เป็น network bridge ซึ่ง switch ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ มีประสิทธิภาพสูงกว่า hub หรือ L1-switch
3. L3-Switch: ทำงานระดับ Network layer ทำหน้าที่เป็น router มีคุณสมบัติ IP multicast ส่งข้อมูลให้เป็น group ได้

ข้อดีของการนำ POE มาใช้งาน

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟ คู่ไปกับสายแลน
2. ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Network แบบทั่วไปได้ (หมายถึงการเชื่อม Network ทั่วไปกับ Network แบบ POE)
3. มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากใช้ไฟแรงดันต่ำและกระแสตรง
4. ประหยัดอุปกรณ์ในการสำรองไฟ UPS แทนที่จะต้องติดตั้ง 1 ต่อ 1
5. อื่นๆ อีกมากอย่างไรก็ตามก็ใช้ POE จะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค Switch หรือ Access Point ที่รองรับระบบ POE ด้วยเช่นกัน แต่ราคาก็สูงขึ้นกว่าปกติด้วย ปัจุจบันนิยมนำมาใช้ร่วมกับ IP Camera หรือกล้องประเภท CCTV เพื่อใช้สำหรับการ monitor ระบบหรือร้านค้าทั่วไป

อุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน POEปัจจุบันมีอุปกรณ์จำนวนมากที่นำ POE มาประยุกต์ใช้เช่น

1. Wireless Access Point ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor
2. Network Router
3. Network Switch ที่ติดตั้งในระยะไกล โดยอาศัยไฟจาก PSE (Power Sourcing Equipment)
4. IP-Camera
5. IP-Phone
6. Wall Clock with NTP

 

 

อุปกรณ์จ่ายสัญญาณไฟ    อุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพ   อุปกรณ์แปลงสัญญาณมาตรฐาน    สวิตซ์พีโออี Switch POE   อุปกรณ์จ่ายสัญญาณไฟ