ตู้ Wall Mount Rack Outdoor (60cm) รุ่น ASIT-WM12U-OUT6 12U 19″ 

17,430 ฿

Wall Mount Rack Outdoor (60cm) ติดตั้งภายนอก รุ่น ASIT-WM12U-OUT6 12U 19″

SKU: 90151303 หมวดหมู่: , ,

รายละเอียด

ตู้ Wall Mount Rack Outdoor (60cm) รุ่น ASIT-WM12U-OUT6 12U 19″

ตู้ Wall Mount Rack Outdoor (60cm) รุ่น ASIT-WM12U-OUT6 12U 19″

หลักการ วิธีการจัดวางอุปกรณ์ในตู้ Rack

1. อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก และมีขนาดยาว ซึ่งมีความสามารถในการวาง ควรวางไว้ด้านล่าง เช่น UPS เนื่องจากตู้ Rack เช่น CURVE RACK, Close rack, Server Rack??ส่วนใหญ่ มีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านหลัง เพื่อระบายความร้อน อุปกรณ์ที่มีความยาวจึงไม่ควรวางไว้ด้านบน เพราะจะบังพัดลมระบายอากาศของตู้ Rack ทำให้อุปกรณ์ต่างๆภายในตู้ที่ปล่อยความร้อนจากด้านหลังไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างดี
2. ควรวางอุปกรณ์ที่ต้องการมอนิเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพราะเหมาะแก้ไขการแก้ไขปัญหา หากเครื่องมีปัญหาจะได้สะดวกแก่การรตรวจสอบ
3. การวางสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารควรจัดวางไว้ด้านบน ตามมาตรฐฐาน IDC ( Internet Data Center) ส่วนสายไฟให้เป็นระเบียบ ควรจัดวางไว้ด้านล่างหรือแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวนสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารและสายไฟอยู่ใต้พื้นที่ยกระดับ 60 ซม. ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนให้กระจายได้ดี

วิธีการเลือกตู้ Rack สำหรับใช้งานสำหรับองค์กร

1. เริ่มจากดูขนาดพื้นที่ และตำแหน่ง ที่จะจัดวางหรือยึดติดตู้ Rack?เป็นอันดับแรกๆ ว่าจะเหมาะกับตู้ Rack?ประเภทใด มีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถกำหนด หากมีพื้นที่มาก ก็สามารถใช้ตู้ Rack?แบบตั้งพื้น เพราะทำให้สามารถใส่อุปกรณ์ได้มาก รับน้ำหนักอุปกรณ์ได้เยอะ แต่หากมีพื้นที่จำกัด ก็ควรใช้ตู้ Rack?แบบแขวน หรือแบบตั้งพื้น เพื่อป้องกันการเดินชน หรือสะดุดล้ม แต่น้ำหนักอุปกรณ์ที่วางก็ไม่ควรมากจนเกินไป
2. คำนวนหาขนาดที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่จะใส่เข้าว่ามีขนาดกว้าง ยาว ลึก โดยอาจจะเริ่มจากจัดวางผ่านโปรแกรม อัตโนมัติ และมีความแม่นยำ ที่สำคัญให้เผื่อการเพิ่มเติ่มในอนาคตด้วย
3. เรื่องการระบายความร้อน สำหรับอากาศเมืองไทยทีมีความร้อนสูง เช่น พัดลมระบายอากาศ การจัดวางเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ และไม่ควรทึบจนเกินไป
4. จุดประสงค์ของ ลูกค้า และความต้องกา ตู้ต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือไม่? หากต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือสำหรับมอนิเตอร์ดูสถานะก็ควรเลือกแบบโปร่ง หากไม่ต้องการให้เห็นหรือต้องการความแข็งแรงของตู้เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆก็ควรเลือกแบบทึบ เพราะมีความสามารถแก้ไข หรือมองเห็นไฟสถานะของ SERVER เพราะบางเครื่องในตู้ Rack?นั้น อาจมีความสัมพันธ์ด้าน Policy ที่ห้ามผู้อื่นรู้ว่าคือเครื่องชนิดใด มีลักษณะอย่างไร จึงควรเลือกตู้แบบทึบ

วิธีประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อตู้ Rack

server Rack ในแต่ละตัวจะมีขนาด u ไม่เท่ากัน และเป็นข้อมูลเฉพาะซึ่งต้องดูจาก คุณสมบัติ ของแต่ละเครื่อง Rack Server เช่น
– Chassis : Intel 1U Rack ซึ่งหมายความว่า server ตัวนี้ ใช้พี้นที่ 1 u ในการติดตั้ง ซึ่งค่า U จะมีค่าเท่ากับ 4.445 cm
– Server Case ขนาด 5U สำหรับ entry level ซึ่งหมายความว่า server ตัวนี้จะใช้พี้นที่ 5 u ในการติดตั้ง

ศัพท์ไม่เฉพาะของขนาด Rack Server คือ Dimension โดยจะแบ่งเป็น ค่า กว้าง/ยาว/สูง [W x H x D]
W จะมีขนาดที่เท่ากันหมดใน Rack Server (รวมทั้งแร็คอื่น ๆ ด้วย) คือ 19 นิ้ว (ความกว้าง) อันนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะมันต้องมีค่าที่เท่ากันหมด
H ก็คือขนาด Unit ที่เราเรียกกันว่ากี่ U โดยที่ 1 Unit Rack = 1.75 นิ้วครับ
D คือความลึก ส่วนใหญ่จะไม่บอกในใบปลิว หรือใน Overall แต่จะบอกเป็น Specification เป็นค่าที่เราต้องสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเลือกรุ่นที่ผิดมา อาจจะใส่ได้ไม่พอดีกับตู้ เพราะความลึกของตู้แร็คมีหลายขนาด ที่เห็นกันทั่วไปจะเป็น ขนาด 60 – 110 cm ซึ่งจะเป็นขนาดของตู้นะครับ โดยที่เราจะต้องมีการประมาณเผื่อเอาไว้ก่อน เช่น ตู้แร็คขนาดความลึก 80 cm ก็จะสามารถที่จะใส่ Server ได้ประมาณ 65

ตู้ Rack Server คือ
ตู้ Rack Server เป็นตู้สำหรับใส่อุปกรณ์สื่อสาร หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ครับ โดยมาพอพูดถึง Rack แล้วเราจะนึกถึงตู้ที่ใช้ใส่อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์สำหรับทำหน้าที่เป็น Server ครับ
ตู้ Rack Server ออกแบบมาเพื่อใส่อุปกรณ์ดังกล่าวบนพื้นที่ใช้สอยอันมีจำกัด ดูเป็นระเบียบ และง่ายในการจัดการ บริหารอุปกรณ์ต่างที่มีมากมาย อีกทั้งช่วยในการประหยัดทรัพยากรบางตัว ในเมืองไทยก็เริ่มมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้วครับ ส่วนมากจะพบได้ตาม ศูนย์คอมพิวเตอร์ตามหน่วยงานต่าง, ผู้ให้บริการโทรคมนาคม, หรือผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไป

Rack มีหน่วยความสูงเรียกว่า U เช่น 10U, 20U, 40U เป็นต้น (1U = 44.45 ม.ม.) สูงสุดตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็น 42U
Rack มีความกว้างหลายขนาด ที่นิยมพูดถึงและใช้คือ Rack 19″
ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวถูกกำหนดตามมาตราฐาน (ซึ่งผมก็จำชื่อหน่วยงานนั้นไม่ค่อยจะได้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น EIA นะครับ เปรียบได้กับหน่วย IEEE