ตู้ Wall Mount Outdoor 15U Rack (60cm)  รุ่น ASIT-WM96-OUT196ST 19″

46,080 ฿

Wall Mount Outdoor 15U Rack (60cm) Stainless (แบบตั้งพิ้น) รุ่น ASIT-WM96-OUT196ST 19″

SKU: 90151608 หมวดหมู่: , ,

รายละเอียด

ตู้ Wall Mount Outdoor 15U Rack (60cm)  รุ่น ASIT-WM96-OUT196ST 19″

ตู้ Wall Mount Outdoor 15U Rack (60cm) Stainless (ตั้งพิ้น) รุ่น ASIT-WM96-OUT196ST 19″

วิธีการเลือกตู้ Rack สำหรับใช้งานสำหรับองค์กร

1. เริ่มจากดูขนาดพื้นที่ และตำแหน่ง ที่จะจัดวางหรือยึดติดตู้ Rack?เป็นอันดับแรกๆ ว่าจะเหมาะกับตู้ Rack?ประเภทใด มีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถกำหนด หากมีพื้นที่มาก ก็สามารถใช้ตู้ Rack?แบบตั้งพื้น เพราะทำให้สามารถใส่อุปกรณ์ได้มาก รับน้ำหนักอุปกรณ์ได้เยอะ แต่หากมีพื้นที่จำกัด ก็ควรใช้ตู้ Rack?แบบแขวน หรือแบบตั้งพื้น เพื่อป้องกันการเดินชน หรือสะดุดล้ม แต่น้ำหนักอุปกรณ์ที่วางก็ไม่ควรมากจนเกินไป
2. คำนวนหาขนาดที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่จะใส่เข้าว่ามีขนาดกว้าง ยาว ลึก โดยอาจจะเริ่มจากจัดวางผ่านโปรแกรม อัตโนมัติ และมีความแม่นยำ ที่สำคัญให้เผื่อการเพิ่มเติ่มในอนาคตด้วย
3. เรื่องการระบายความร้อน สำหรับอากาศเมืองไทยทีมีความร้อนสูง เช่น พัดลมระบายอากาศ การจัดวางเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ และไม่ควรทึบจนเกินไป
4. จุดประสงค์ของ ลูกค้า และความต้องกา ตู้ต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือไม่? หากต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือสำหรับมอนิเตอร์ดูสถานะก็ควรเลือกแบบโปร่ง หากไม่ต้องการให้เห็นหรือต้องการความแข็งแรงของตู้เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆก็ควรเลือกแบบทึบ เพราะมีความสามารถแก้ไข หรือมองเห็นไฟสถานะของ SERVER เพราะบางเครื่องในตู้ Rack?นั้น อาจมีความสัมพันธ์ด้าน Policy ที่ห้ามผู้อื่นรู้ว่าคือเครื่องชนิดใด มีลักษณะอย่างไร จึงควรเลือกตู้แบบทึบ

หลักการ วิธีการจัดวางอุปกรณ์ในตู้ Rack

1. อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก และมีขนาดยาว ซึ่งมีความสามารถในการวาง ควรวางไว้ด้านล่าง เช่น UPS เนื่องจากตู้ Rack เช่น CURVE RACK, Close rack, Server Rack??ส่วนใหญ่ มีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านหลัง เพื่อระบายความร้อน อุปกรณ์ที่มีความยาวจึงไม่ควรวางไว้ด้านบน เพราะจะบังพัดลมระบายอากาศของตู้ Rack ทำให้อุปกรณ์ต่างๆภายในตู้ที่ปล่อยความร้อนจากด้านหลังไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างดี
2. ควรวางอุปกรณ์ที่ต้องการมอนิเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพราะเหมาะแก้ไขการแก้ไขปัญหา หากเครื่องมีปัญหาจะได้สะดวกแก่การรตรวจสอบ
3. การวางสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารควรจัดวางไว้ด้านบน ตามมาตรฐฐาน IDC ( Internet Data Center) ส่วนสายไฟให้เป็นระเบียบ ควรจัดวางไว้ด้านล่างหรือแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวนสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารและสายไฟอยู่ใต้พื้นที่ยกระดับ 60 ซม. ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนให้กระจายได้ดี

ตู้ Rack Server คือ
ตู้ Rack Server เป็นตู้สำหรับใส่อุปกรณ์สื่อสาร หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  โดยมาพอพูดถึง Rack แล้วเราจะนึกถึงตู้ที่ใช้ใส่อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์สำหรับทำหน้าที่เป็น Server ครับ
ตู้ Rack Server ออกแบบมาเพื่อใส่อุปกรณ์ดังกล่าวบนพื้นที่ใช้สอยอันมีจำกัด ดูเป็นระเบียบ และง่ายในการจัดการ บริหารอุปกรณ์ต่างที่มีมากมาย อีกทั้งช่วยในการประหยัดทรัพยากรบางตัว ในเมืองไทยก็เริ่มมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้วครับ ส่วนมากจะพบได้ตาม ศูนย์คอมพิวเตอร์ตามหน่วยงานต่าง, ผู้ให้บริการโทรคมนาคม, หรือผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไป

Rack มีหน่วยความสูงเรียกว่า U เช่น 10U, 20U, 40U เป็นต้น (1U = 44.45 ม.ม.) สูงสุดตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็น 42U
Rack มีความกว้างหลายขนาด ที่นิยมพูดถึงและใช้คือ Rack 19″
ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวถูกกำหนดตามมาตราฐาน (ซึ่งผมก็จำชื่อหน่วยงานนั้นไม่ค่อยจะได้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น EIA นะครับ เปรียบได้กับหน่วย IEEE

วิธีประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อตู้ Rack

server Rack ในแต่ละตัวจะมีขนาด u ไม่เท่ากัน และเป็นข้อมูลเฉพาะซึ่งต้องดูจาก คุณสมบัติ ของแต่ละเครื่อง Rack Server เช่น
– Chassis : Intel 1U Rack ซึ่งหมายความว่า server ตัวนี้ ใช้พี้นที่ 1 u ในการติดตั้ง ซึ่งค่า U จะมีค่าเท่ากับ 4.445 cm
– Server Case ขนาด 5U สำหรับ entry level ซึ่งหมายความว่า server ตัวนี้จะใช้พี้นที่ 5 u ในการติดตั้ง

ศัพท์ไม่เฉพาะของขนาด Rack Server คือ Dimension โดยจะแบ่งเป็น ค่า กว้าง/ยาว/สูง [W x H x D]
W จะมีขนาดที่เท่ากันหมดใน Rack Server (รวมทั้งแร็คอื่น ๆ ด้วย) คือ 19 นิ้ว (ความกว้าง) อันนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะมันต้องมีค่าที่เท่ากันหมด
H ก็คือขนาด Unit ที่เราเรียกกันว่ากี่ U โดยที่ 1 Unit Rack = 1.75 นิ้วครับ
D คือความลึก ส่วนใหญ่จะไม่บอกในใบปลิว หรือใน Overall แต่จะบอกเป็น Specification เป็นค่าที่เราต้องสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเลือกรุ่นที่ผิดมา อาจจะใส่ได้ไม่พอดีกับตู้ เพราะความลึกของตู้แร็คมีหลายขนาด ที่เห็นกันทั่วไปจะเป็น ขนาด 60 – 110 cm ซึ่งจะเป็นขนาดของตู้นะครับ โดยที่เราจะต้องมีการประมาณเผื่อเอาไว้ก่อน เช่น ตู้แร็คขนาดความลึก 80 cm ก็จะสามารถที่จะใส่ Server ได้ประมาณ 65

ตู้แร็ค เป็นตู้สำหรับใส่วัสดุอุปกรณ์ติดต่อหรือเครื่องมืออเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งมีความแข็งแรงสูงเพื่อป้องกัน แสงแดด และฝน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบServerที่อยู่ในกล่อง เป็นระเบียบด้วยชั้นวางอีกด้วย
ส่วนใหญ่จะใช้ในงาน ระบบกล้องวงจรปิด ระบบServer ระบบทีวีอาคาร ระบบโทรศัพท์ภายในองค์กร เป็นต้น
ตู้แร็คมีหลายประเภท

1.ตู้แบบติดผนัง หรือที่เราเรียกกันว่า Wall rack
โดยตู้ลักษณนี้จะมีขนาดตั้งแต่ 6u 9u 12u โดยมีความแตกต่างในแต่ละตู้ rack ที่ความลึก 40cm 50cm 60cm จะเป็นตู้ไม่มีล้อ ต้องวางบนชั้น พื้น ที่แขวนผนัง

2.ตู้แบบตั้งพื้น Close Rack , Server Rack
โดยตู้แบบนี้ จะแบ่งหลักๆ ออกไปอีก สองประเภท

2.1 ตู้แบบปิดทึบ หรือ Close rack ประตู หน้าและหลังจะไม่มีรูระบายอากาศเลย เหมาะแก่ ห้องทีมีฝุ่นมากและอยู่ในห้องแอร์ สามารถควบคุมความเย็นได้และอุปกรณ์ในตู้ไม่มีความร้อนมากเกินไป

2.2 ตู้แบบระบายอากาศ server rack หรือ curve rack
จะเป็นตู้ rack ทีมีรูประบายอากาศทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

3.ประเภทสุดท้ายคือ ตู้แบบ Open Rack ลักษณะไม่ค่อยเป้นตู้เลยไม่รวมในประเภทตู้
ข้อดีคือ ถูก และระบายความร้อนได้ดีมาก แต่ ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ไม่แนะนำให้วาง server ควรวางแค่ กล้องวงจรปิด หรือ DVR NVR ที่บันทึกข้อมูล เท่านั้น switch hub